ฺBNI
February 23, 2017

“เสียงสะท้อนจากการจัดกิจกรรม เกมส์ที่ไม่น่าเล่น!!!”

เมื่อวานผมตัดสินอาจารย์ที่มานำเกมส์ให้พวกเราเล่นแต่ต้นเลย ว่าเกมส์แบบนี้ มาให้พวกเราเล่นทำไม??? มันคือเกมส์รักษาลูกโป่งของทีม โดยทั้ง 4 ทีมจะได้รับลูกโป่งทีมละ 2 ลูก ให้เก็บรักษาอย่าให้แตกใครสามารถผ่านด่านวอล์คแรลลี่ในรีสอร์ทได้ โดยที่ลูกโป่งของทีมตนเองไม่แตก จะได้รับคะแนนเพิ่มลูกละ 10,000 คะแนน และอาจารย์บอกว่า “ให้เก็บรักษาให้ดีๆนะเดี๋ยวจะโดนทีมอื่นมาทำลาย” จบการอธิบาย อาจารย์ก็ปล่อยเราทั้ง 4 ทีม เข้าทั้ง 4 ฐาน…. มันเริ่มต้นโดยน้องผู้หญิงคนหนึ่งในทีม เอาปากกาหัวแหลมไปให้เพื่อนผู้ชาย 2 คนในทีมไปจิ้มลูกโป่งทีมอื่นให้แตก…. ผมก็คิดในหัวนะ มันจะดีเหรอ กิจกรรมแบบนี้มันจะทำให้เราสามัคคีกันเหรอ? เหตุการณ์มันเริ่มเป็นจริงดังที่ผมคาด ทุกทีมมีหน่วยสอดแนมมาจิ้มลูกโป่งอีกทีมให้แตก เริ่มต้นจากเสียงปัง! ของลูกโป่งลูกแรก ก็ลามไปถึงลูกที่ 2…3…4…5…6…7… ผมเห็นความป่าเถื่อนและรุนแรงของคนที่อยู่ข้างในตัวพวกเรา ความสนุกเมามันส์ การแก้แค้น การเอาคืน ดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้จบ มันรุนแรงถึงขนาด พวกเราทำร้ายกัน ขีดข่วนกันด้วยความไม่ยอมแพ้ มุ่งมั่นกอดรัดฟัดเหวี่ยงที่จะเอาชนะตามกระแสของเกมส์ อะไรกันนะที่มาครอบงำพวกเราให้เป็นได้ขนาดนี้ และมันฝากไว้ด้วยร่องรอยบาดแผลบนร่างกาย รางผ้าม่านรีสอร์ทที่บิดงอร่วงลงมาเพราะเราไปกระชากมันระหว่างปลุกปล้ำจิ้มลูกโป่งใต้เสื้อผ้าเพื่อนต่างทีม …..เกมส์ดำเนินมาถึงตอนที่เพื่อนกัน เริ่มมีเหตุผลที่จะเข้าข้างตนเอง ว่าฝ่ายตนเองทำเพราะถูกกระทำ ทำเพื่อความถูกต้อง เป็นเพราะทีมแกเริ่มก่อน ….. เหตุผลต่างๆนาๆ พรั่งพรูกันออกมาไม่หวาดไม่ไหว มีแต่คนที่เป็นผู้ถูก และไม่อาจยอมรับเหตุผลของผู้อื่นได้เลยว่าเขาทำอะไรที่ไม่ดีลงไปหรือไม่…. …. พวกเราทั้ง 4 ทีม กลับเข้ามานั่งในห้องด้วยความหลากหลายอารมณ์ โดยส่วนตัว ผมคิดว่าผมไม่ชอบเกมส์นี้ และไม่เห็นประโยชน์ใดๆที่เราเล่นเกมส์นี้ ผมกล่าวโทษอาจารย์ด้วยซ้ำว่าเอาเกมส์นี้มาเล่นทำไม ไม่เห็นจะเกิดผลดีใดๆเลย ผมเห็นแต่เพื่อนฝูงกล่าวโทษกัน ผมเห็นร่องรอยบาดเจ็บ ร่องรอยความผิดหวัง ความสาแก่ใจอยู่เปื้อนบนหน้าพวกเราเท่านั้น ….ในสภาวะนี้ ผมเห็นอาจารย์เริ่มรวบรวมสติพวกเรา และให้พวกเราได้มีโอกาสตั้งคำถามและอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงทำกันแบบนั้น สุดท้ายอาจารย์เริ่มสรุปให้เราเห็นภาพความดิบในสัญชาตญาณของการเป็นมนุษย์ พลังความคิด การทำลายล้างที่มันถูกสมองสั่งการอัตโนมัติให้กระทำ จากเพียงแค่ได้ยินคำว่า “ระวังคนอื่นมาทำลาย” อาจารย์ยังย้ำอีกว่า ผมได้สั่งให้พวกคุณไปทำลายลูกโป่งของฝั่งตรงข้ามเหรอ??? ผมคิดตาม เปล่านะ! อาจารย์ไม่ได้สั่งนี่นา นอกจากนี้ แล้วทำไมพวกเราไม่ช่วยกันบอกทุกทีมว่า อย่าไปทำลายลูกโป่งของทุกทีมล่ะ แล้วเก็บลูกโป่งมาขึ้นคะแนนทีมละ 20,000 คะแนน สบายๆ แล้วพวกเราเห็นไหมว่า การที่เรามีปัญหากัน คนสองคนมีปัญหากัน เมื่อเกิดความรุนแรงขึ้นแล้ว คนสองคนนั้น กลับสร้างปัญหาและความเสียหายให้แก่บุคคลที่สามที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยเลย…. ปัญหาความไม่ปรองดองของชาติไทยเราก็เช่นกัน นี่คือสิ่งที่อาจารย์สะท้อนภาพเกมส์เล็กๆขยายให้เห็นภาพใหญ่ของเวทีระดับประเทศ และถ้าใครจะมองเห็น มันคือปัญหาระดับโลกด้วยเช่นกัน จริงไหม? มาถึงที่จุดนี้ ผมเหมือนปัดเมฆเห็นตะวัน ความปรองดองในทุกๆระดับ ไม่ได้เกิดที่ผู้มีอำนาจคนไหนหรอก มันเกิดขึ้นที่ตัวเราเองต่างหาก ว่าเราจะลุกขึ้นยืนเป็นต้นเหตุให้สังคมปรองดองและลดการเกิดปัญหาหรือไม่ เราเห็นในความยิ่งใหญ่ของตัวเรามากแค่ไหน….นี่คือบทเรียนสำคัญที่ผมได้รับ ขอบคุณอาจารย์เต็ดและเพื่อนๆ ที่สร้างบทเรียนที่มีค่านี้ครับ สุดยอดมากๆ เรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่า : การได้เรียนรู้จากสิ่งที่ไม่ดี ก็อาจให้ความรู้ที่ดีได้ หากเรามีมุมมองที่ถูกต้องเป็นหลักครับ 

เสียงหนึ่งจาก #BNI_Abundance

Client : BNI

Avenue : คุ้มหญาซอ

Facilitator : A.Pornchai

#นึกถึงงานสร้างทีมนึกถึงเรา #teambuilding #trainingorganizer #organizer

#Ice breaking #walkrally #tourorganize #Staffparty #event #party